ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์   ทำหน้าที่หมุนเวียนเลือดไปตามส่วนต่าง ๆ
ของร่างกาย
เพื่อลำเลียงแก๊สออกซิเจน และสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ของร่างกาย
พร้อมกับนำแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์และของเสียไปยังบริเวณที่ร่างกายขับออก
ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ประกอบด้วย หัวใจ หลอดเลือด และเลือด

1.1  หัวใจ
             หัวใจทำหน้าที่ สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยทำให้เกิดความดันเลือด

ในหลอดเลือดแดง  เพื่อให้เลือดเคลื่อนที่ไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ทั่วถึง หัวใจ
ประกอบด้วย กล้ามเนื้อหัวใจ  มี  4  ห้อง แบ่งเป็นห้องบน  2  ห้อง เรียกว่าเอเตรียม (Atrium)
ห้องล่าง  2 ห้อง  เรียกว่า  เวนตริเคิล(Ventricle) ระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายกับหัวใจห้องล่างซ้าย
จะมีลิ้นหัวใจไบคัสพิด (bicuspid valve) คั่นอยู่  และระหว่างหัวใจห้องบนขวาและหัวใจห้องล่างขวา
มีลิ้นหัวใจไตรคัสพิด (tricuspid valve) คั่นอยู่ ลิ้นหัวใจทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เลือดไหล
ย้อนกลับ

1

ภาพที่  1.1 โครงสร้างของหัวใจ
ที่มาภาพ : http://kemikakhongklom.blogspot.com/2015/09/blog-post_16.html

การไหลเวียนเลือดผ่านหัวใจ
           การไหลเวียนเลือดผ่านหัวใจ เริ่มจากหัวใจห้องบนซ้ายรับเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงจากปอด

ผ่านทางหลอดเลือดพัลโมนารี เวน แล้วหัวใจบีบตัวดันผ่านลิ้นหัวใจไบคัสปิด ลงสู่หัวใจห้องล่างซ้าย
หัวใจบีบตัวดันเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายผ่านทางหลอดเลือดเอออร์ตา  และเปลี่ยนเป็นเลือด
ที่มีคาร์บอนไดออกไซด์สูง   เลือดคาร์บอนไดออกไซด์สูงจะไหลผ่านหลอดเลือดเวนาคาวากลับเข้าสู่
หัวใจห้องบนขวา  แล้วหัวใจบีบตัวดันเลือดผ่านลิ้นหัวใจไตรคัสปิด ลงสู่หัวใจห้องล่างขวา แล้วกลับ
เข้าสู่ปอดผ่านทางหลอดเลือดพัลโมนารี อาร์เทอรี  เพื่อเป็นวัฎจักรการหมุนเวียนเลือดในร่างกาย
เช่นนี้ตลอดไป

ภาพที่ 1.2 การไหลเวียนเลือดผ่านหัวใจ

สรุปเป็นทิศทางการไหลเวียนเลือดผ่านหัวใจ ได้ดังแผนภาพต่อไปนี้

Capture

แผนภาพที่ 1 ทิศทางการลำเลียงเลือดผ่านหัวใจ

1.2 หลอดเลือด

หลอดเลือด

ภาพที่ 1.3 ประเภทของหลอดเลือด
ที่มาภาพ: http://119.46.166.126/self_all/selfaccess8/m2/559/lesson1/web/body2.php

1.3 ส่วนประกอบของเลือด

                 เลือด (Blood) ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นของเหลว 55 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเรียกว่า
“น้ำเลือดหรือพลาสมา(plasma)”  และส่วนที่เป็นของแข็งมี 45 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้แก่ เซลล์เม็ดเลือดแดง
เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด

giphy.gif

ส่วนประกอบของเลือด

ภาพที่ 1.4 ส่วนประกอบของเลือด
ที่มาภาพ : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess8/m2/559/lesson1/web/body2.php1

1.4 ชีพจรและความดันเลือด

             1) ชีพจร

   

                    ภาพที่ 1.5 การจับชีพจร
ที่มาภาพ : https://pantip.com/topic/33039354

                  ชีพจร (Pulse หรือ Pulse rate หรือ Heart rate หรือ Heart beat)
คือ อัตราการเต้นของหัวใจโดยนับผ่านการเต้นของหลอดเลือดแดงในระยะเวลา 1 นาที ทั้งนี้ตำแหน่ง
ที่นิยมวัดหรือจับชีพจร คือ ตำแหน่งด้านหน้าข้อมือส่วนที่ต่ำกว่าฐานของนิ้วหัวแม่มือ โดยการวางนิ้วชี้
และนิ้วกลางลงบนตำแหน่งนั้นกดลงเบาๆ ก็จะรับรู้ได้ถึงการเต้นของหลอดเลือดแดงทั้งนี้สามารถจับ
ชีพจรได้ในตำแหน่งต่าง ๆ ที่หลอดเลือดแดงขนาดกลางอยู่ติดกับผิวหนังจึงสามารถคลำพบได้ง่าย
(ปกติหลอดเลือดแดงจะอยู่ลึก คลำพบยากหลอดเลือดส่วนใหญ่ที่มองเห็นจะเป็นหลอดเลือดดำ)
เช่น ที่ขาพับด้านนิ้วหัวแม่เท้าที่ด้านในของขาหนีบที่ลำคอส่วนที่ติดกับลูกกระเดือกเป็นต้น
ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเต้นของชีพจร
1. อายุ : ชีพจรปกติของผู้ใหญ่ขณะพัก คือ ประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาที
ในเด็กอัตราการเต้นของชีพจรมากกว่าผู้ใหญ่
2. การเคลื่อนไหว: เมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย อัตราการเต้นของชีพจรจะมากกว่าขณะพัก
3. เพศ: เพศหญิง มีอัตราการเต้นของชีพจรมากกว่าเพศชายเล็กน้อย
4. อารมณ์ : เศร้าหมอง ชีพจรเต้นช้ากว่า        

          2) ความดันเลือด หมายถึง แรงดันของเลือดในหลอดเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือด
ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจสามารถหดตัวและคลายตัวได้ การหดตัวของหัวใจ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การบีบตัว
และการบีบตัวของหัวใจนี้ทำให้เกิดความดันในหลอดเลือด ขณะที่หัวใจบีบตัวจะดันเลือดออกไปสู่ส่วนต่าง ๆ
ของร่างกายตามหลอดเลือดอาร์ทอรี และขณะที่หัวใจคลายตัวเลือดจะไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้อีกทางหลอดเลือดเวน
หลอดเลือดที่เหมาะสำหรับ วัดความดันเลือด คือ หลอดเลือดอาร์ทอรีที่ต้นแขนเนื่องจากเป็นหลอดเลือดที่
อยู่ใกล้หัวใจค่าที่ได้ใกล้เคียงกับความดันเลือดในหัวใจมากที่สุด

   ภาพที่ 1.6 การวัดความดันเลือด
ที่มาภาพ : http://www.genzaacare.com/high-blood-pressure.html

          การวัดความดันเลือดแพทย์จึงวัดค่าความดันเป็นตัวเลข 2 ค่า มีหน่วยเป็นมิลลิเมตรของปรอท
เช่น 120/80 มิลลิเมตรของปรอท   ตัวเลข 120 แสดงค่าความดันเลือดสูงสุดขณะที่หัวใจบีบตัว
เรียกว่าความดันซิสโทลิก (Systolic pressure) ส่วนตัวเลข 80 แสดงค่าความดันเลือดต่ำ
สุดขณะที่หัวใจคลายตัว เรียกว่า ความดันไดแอสโทลิก (Diastolic pressure)
สำหรับเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในการวัดความดันเลือด เรียกว่า มาตรความดันเลือด
(Sphygmomanometer)และในการวัดแพทย์จะใช้ควบคู่กับสเต็ทโทสโคป (Stethoscope)
โดยปกติค่าความดันเลือดจะอยู่ที่ 120/80 มิลลิเมตรของปรอท ซึ่งค่าความดันเลือด  สามารถ
เปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้
  1. อายุ เมื่ออายุมากขึ้นความดันเลือดก็จะสูงขึ้นด้วย เนื่องจากความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดลดลงทำให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดแรงขึ้น
  2. เพศ โดยทั่วไปเพศชายจะมีความดันเลือดสูงกว่าเพศหญิงที่มีอายุเท่าๆ กัน
  3. ขนาดของร่างกาย คนอ้วนมักจะมีความดันเลือดสูงกว่าคนผอม เพราะหลอดเลือดอยู่ลึกมีชั้นไขมันมาก
  4. อารมณ์ ผู้ที่โกรธง่ายและผู้ที่มีจิตใจตกอยู่ในภาวะเครียดเป็นประจำจะมีความดันเลือดสูง เนื่องจาก
    ร่างกายจะสร้างสารชนิดหนึ่งออกมา  ซึ่งมีผลต่อการบีบตัวของหัวใจและหลอดเลือด
  5. อิริยาบถ ความดันเลือดขณะยืนจะสูงกว่าตอนนั่ง เพราะขณะยืนความดันเลือดที่ บริเวณขาจะสูงมากที่สุด
    บริเวณศีรษะจะน้อยที่สุด เนื่องจากการไหลของเลือดจะไหลไปในทิศทางเดียวกัน กับแรงโน้มถ่วงของโลก
    ได้ดีกว่าทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลกและความดันเลือดขณะนั่งจะสูง กว่าตอนนอน
    เพราะขณะที่นอนความดันเลือดทุกส่วนของร่างกายจะใกล้เคียงกัน
  6. การออกกำลังกายและการทำงาน ขณะออกกำลังกายและทำงาน ร่างกายจะมีความดันเลือดสูงกว่าบุคคลในภาวะปกติ

 

1.5 วิธีดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

   

       ภาพที่ 1.7 วิธีดูแลหัวใจ
ที่มาภาพ : https://www.joomtha.com/3880/heart-and-blood-vessels/

 

รวบรวมจาก
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.2560. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานวิทยาศาสตร์ 4 . กรุงเทพฯ : องค์การค้าของ สกสค.
พิมพันธ์ เตชะคุปต์ และคณะ . 2560.ชุดกิจกรรมพัฒนาการคิด เสริมสร้างสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน. กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชการ (พว)
http://www.med.cmu.ac.th/dept/vascular/human/lesson/  สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2561
http://haamor.com/th/    สืบค้นเมื่อ 19  กุมภาพันธ์  2561
http://www.scimath.org/article-biology/item/334-pulse  สืบค้นเมื่อ 19  กุมภาพันธ์ 2561