การสืบพันธุ์เป็นสมบัติหนึ่งของสิ่งมีชีวิต ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมีการดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้   โดยไม่สูญพันธุ์ มนุษย์และสัตว์ส่วนใหญ่มีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ โดยระบบสืบพันธุ์เพศชายและเพศหญิงจะมีอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ที่ทำหน้าที่เฉพาะ ดังนี้

12.1 ระบบสืบพันธุ์เพศชาย
          ระบบสืบพันธุ์เพศชายประกอบด้วยอวัยวะที่สำคัญ ได้แก่ อัณฑะและอวัยวะอื่น ๆ เช่น หลอดเก็บอสุจิ
หลอดนำอสุจิ ท่อปัสสาวะ รวมถึงต่อมต่าง ๆ เช่น ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ ต่อมลูกหมาก และต่อมคาวเปอร์
ดังภาพที่ 12.1

ระบบสืบพันธุ์เพศชาย

ภาพที่  12.1 อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชาย
ที่มาภาพ : https://sites.google.com
/site/bio411rnd/the-team

เซลล์อสุจิจะมีส่วนประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนหัว ส่วนตัว และส่วนหาง ดังภาพที่ 12.2

ภาพที่ 12.2 ส่วนประกอบของอสุจิ
ที่มาภาพ : http://www.krusarawut.net
/wp/?p=

ขั้นตอนในการสร้างเซลล์อสุจิและการหลั่งน้ำอสุจิ มีดังนี้
             เซลล์อสุจิถูกสร้างขึ้นในหลอดสร้างอสุจิซึ่งอยู่ภายในอัณฑะ เซลล์อสุจิจะเคลื่อนที่จากอัณฑะมาเก็บในหลอดเก็บอสุจิซึ่งเป็นแหล่งให้อสุจิเติบโตเต็มที่ เมื่อมีการหลั่งอสุจิเซลล์อสุจิจะถูกลำเลียงมาตามหลอดนำอสุจิมายังท่อปัสสาวะ  ก่อนที่เซลล์อสุจิจะเข้าสู่ท่อปัสสาวะต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิจะหลั่งของเหลวที่มีอาหารสำหรับเซลล์อสุจิ ต่อมลูกหมากหลั่งของเหลวที่เป็นเบสอ่อน ๆ เพื่อลดความเป็นกรดในช่องคลอด ต่อมคาวเปอร์หลั่งของเหลวสำหรับหล่อลื่นท่อปัสสาวะ เซลล์อสุจิและของเหลวจากต่อมต่าง ๆ  รวมกัน เรียกว่า น้ำอสุจิ
โดยปกติเพศชายจะเริ่มสร้างเซลล์อสุจิได้เมื่ออายุประมาณ 12 – 13 ปี และจะสร้างไปจนตลอดชีวิต
ส่วนการหลั่งน้ำอสุจิในแต่ละครั้งจะมีของเหลวออกมาเฉลี่ยประมาณ 3 – 4 ลูกบาศก์เซนติเมตรและมีเซลล์อสุจิเฉลี่ยประมาณ350 – 500 ล้านตัว สำหรับชายที่เป็นหมันจะมีเซลล์อสุจิน้อยกว่า 30 – 50 ล้านตัวต่อลูกบาศก์เซนติเมตรหรือมีเซลล์อสุจิที่ผิดปกติมากกว่าร้อยละ 25 เซลล์   อสุจิมีชีวิตอยู่นอกร่างกายได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่จะมีชีวิตอยู่ในมดลูกของเพศหญิงได้นานประมาณ 24 – 48 ชั่วโมง

12.2  ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง
          ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง ประกอบด้วยอวัยวะที่สำคัญ ได้แก่ รังไข่ และอวัยวะอื่น ๆ  คือ มดลูก ท่อนำไข่
และช่องคลอด  ดังภาพที่ 12.3

ภาพที่  12.3 อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง
ที่มาภาพ : http://www.krusarawut.net
/wp/?p=3085

ภาพที่ 12.4 การเคลื่อนที่ของเซลล์ไข่และการเปลี่ยนแปลงผนังมดลูก
ที่มา :   สสวท.(2554). หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 4

          ผู้หญิงเริ่มมีประจำเดือนเมื่ออายุประมาณ 10 – 13 ปี จนกระทั่งหยุดเมื่ออายุประมาณ 40 – 50 ปี
การมีประจำเดือนแต่ละครั้งห่างกัน 21 – 35 วัน หรือ 28 วันโดยเฉลี่ย หรือหนึ่งรอบเดือน
โดยการตกไข่จะเกิดขึ้นกึ่งกลางรอบเดือน ซึ่งการตกไข่จะถูกควบคุมโดยฮอร์โมนเพศหญิง

12.3 การตั้งครรภ์และการคลอด
         เมื่อมีการหลั่งน้ำอสุจิเข้าสู่ช่องคลอดของเพศหญิง เซลล์อสุจินับล้านตัวจะเคลื่อนที่เข้าไปในมดลูก
โดยจะมีเซลล์อสุจิเพียง 1 เซลล์เท่านั้นที่จะเข้าไปปฏิสนธิกับเซลล์ไข่บริเวณท่อนำไข่ โดยนิวเคลียสของเซลล์อสุจิจะรวมตัวกับนิวเคลียสของเซลล์ไข่ เกิดเป็นไซโกต หลังจากนั้นไซโกตจะมีการแบ่งเซลล์จาก
1 เซลล์เป็น 2 เซลล์ จาก 2 เซลล์เป็น 4 เซลล์ และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นทวีคูณ  จนกลายเป็นเอ็มบริโอ แล้วเอ็มบริโอจะมีการเปลี่ยนแปลงต่อไปเรื่อย ๆ  ขณะเคลื่อนที่ไปตามท่อนำไข่  เพื่อไปฝังตัวในผนังมดลูก
ดังภาพที่ 12.5

ภาพที่ 12.5 การเคลื่อนที่ของเซลล์ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิ แล้วไปฝังตัวที่ผนังมดลูก
ที่มาภาพ :  http://www.pw.ac.th/
bodysystem/rep/page/p3.html

          เอ็มบริโอจะได้รับอาหาร แก๊สออกซิเจน แอนติบอดีจากแม่ผ่านทางหลอดเลือดฝอยของแม่และ
ของเสียต่าง ๆ  จะแพร่เข้าหลอดเลือดฝอยของแม่โดยผ่านทางรก และกำจัดออกจากร่างกายต่อไป ดังภาพที่ 12.6

ภาพที่ 12.6 การแลกเปลี่ยนอาหาร อากาศและของเสียจากทารกในครรภ์
ที่มาภาพ :  http://www.il.mahidol.ac.th
/emedia/hormone
/chapter5/placental.htm

ภาพที่ 12.7 การเจริญเติบโตของเอ็มบริโอจนกระทั่งคลอด
ที่มาภาพ : http://119.46.166.126
/self_all/selfaccess8
/m2/559/lesson1
/web/lesson2_6.

          มนุษย์มีระยะเวลาตั้งครรภ์นานประมาณ 280  วัน  หรือ  40 สัปดาห์ นับจากวันแรกของการมี
ประจำเดือนครั้งสุดท้าย  เมื่อถึงกำหนดคลอดจะมีฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมใต้สมองกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัวอย่างแรงและถี่ขึ้น  และมีการหดตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้องทำให้ทารกผ่านออกมาทางช่องคลอด
ในการปฏิสนธิที่เกิดขึ้นโดยปกติ  พบว่าเซลล์อสุจิ  1  เซลล์จะผสมกับเซลล์ไข่ 1 เซลล์  เกิดเป็นทารก 1 คนแต่บางครั้งในขณะที่ ไซโกตกำลังแบ่งเซลล์จาก 1 เซลล์ เป็น  2 เซลล์นั้น  เซลล์อาจแยกขาดจากกัน  แล้วต่างเจริญเป็นเติบโตเอ็มบริโอภายในมดลูกได้  เมื่อคลอดออกมาจะได้ทารก 2 คน ที่มีเพศเดียวกัน
และมีลักษณะเหมือนกันเกือบทุกอย่าง  แฝดประเภทนี้  เรียกว่า  แฝดร่วมไข่  แต่หากเกิดการตกไข่
พร้อมกัน  2 เซลล์ หรือมากกว่าในเวลาเดียวกัน เซลล์ไข่แต่ละเซลล์ปฏิสนธิในเวลาใกล้เคียงกัน และต่างเจริญเป็นเอ็มบริโออยู่ในมดลูก  โดยมีรกแยกกัน  แฝดประเภทนี้เรียกว่า แฝดต่างไข่ แฝดต่างไข่อาจเป็น
เพศเดียวกันหรือต่างเพศกันก็ได้  ดังภาพที่ 12.8

ภาพที่ 12.8 การเกิดแฝดร่วมไข่และแฝดต่างไข่
ที่มาภาพ : ที่มา: หนังสือเรียน รายวิชาวิทยาศาสตร์ ม.2 หน้า 52

 

วีดิทัศน์เพิ่มเติมประสบการณ์  
 

วีดิทัศน์ที่ 12.1 การตกไข่ (Ovulation)
ที่มาวีดิทัศน์ : https://www.youtube.com
/watch?v=mcP9fkXkL80

วีดิทัศน์ที่ 12.2 การปฏิสนธิ
ที่มาวีดิทัศน์ : https://youtu.be
/_5OvgQW6FG4

วีดิทัศน์ที่ 12.3 กำเนิดมนุษย์
ที่มาวีดิทัศน์ : https://www.youtube.com
/watch?v=ogachB3c0S4

รวบรวมจาก
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.2554. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ 4 . กรุงเทพฯ : องค์การค้าของ สกสค.
พิมพันธ์ เตชะคุปต์ และคณะ . 2560.ชุดกิจกรรมพัฒนาการคิด เสริมสร้างสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ของผู้เรียน. กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชการ (พว)
ศรีลักษณ์  ผลวัฒนะ เจียมจิต กุลมาลา . 2559. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ม .2 . กรุงเทพฯ :
บริษัทแมกแอ็ดดูเคชั่น จำกัด.